กลายเป็นเพียงเครื่องมือของทั้งครอบครัวบทที่ 1
บทนี้ยาวประมาณ 3,757 ตัวอักษร เป็นหนึ่งในบทตัวอย่าง 4 บทที่อ่านได้บนเว็บนี้
ปีที่ห้าที่แม่แท้ๆ มารับฉันกลับบ้าน โทรศัพท์ของฉันก็มีข้อความเด้งขึ้นมาอย่างกะทันหัน
【หลังจากได้ความรักจากครอบครัวที่รอมานาน ตอนนี้เธอมีความสุขไหม】
คนส่งคือฉันเองเมื่อห้าปีก่อน
ตอนนั้น ฉันยังนอนอยู่บนเตียงในบ้านเด็กกำพร้า จมอยู่กับความดีใจที่ตัวเองกำลังจะมีบ้าน
ในมือกำของขวัญแรกพบที่แม่ให้ แล้วพิมพ์ความหวังถึงอนาคตทีละตัว
แต่ตอนนี้ แม่กำลังลงโทษฉัน เพราะน้องสาวผลการเรียนตก
ต่อหน้าน้อง แม่ตบหน้าฉันจนบวมแดง หูอื้อจนแทบไม่ได้ยิน นิ้วมือถูกเหยียบกดซ้ำๆ จนปวดชา
จากนั้นแม่หันไปจ้องน้องสาว แล้วดุเสียงเย็น
“แม่ตัดใจตีลูกไม่ได้ ก็เอาเขาเป็นตัวอย่างให้ลูกดู”
“ถ้าไม่ตั้งใจเรียน ชีวิตนี้ก็จะเป็นได้แค่แบบเขา โดนใครเหยียบย่ำก็ไม่มีสิทธิ์เงยหน้า”
น้องสาวตกใจจนร้องไห้ สาบานว่าจะไม่เอาแต่เล่น ไม่เบื่อเรียนอีก
แม่ถึงยอมปล่อยฉัน
ฉันเช็ดเลือดตรงมุมปาก ใช้นิ้วที่บิดเจ็บพิมพ์ตอบกลับอย่างยากลำบาก
【อย่ากลับบ้านไปกับเธอ ไม่ใช่ทุกสายเลือดที่ถูกตามหากลับมา เพราะความรัก】
รสคาวเลือดตีขึ้นมาในลำคอ ฉันทนไม่ไหว ไอออกมาอย่างแรง
น้องสาวร้องไห้จนแทบขาดใจ จับมือแม่อ้อนวอน
“แม่ หนูจะตั้งใจเรียนแล้วจริงๆ”
“อย่าลงโทษพี่อีกได้ไหม พี่... ไอเป็นเลือดแล้ว”
แม่ดึงน้องออกอย่างอ่อนโยน แต่กลับคว้าผมฉันเต็มแรง บังคับลากใบหน้าที่บวมจนผิดรูปของฉันไปตรงหน้าน้อง
“ถ้าลูกรู้สึกผิดกับเขา ก็จำภาพที่เขาถูกตีวันนี้ไว้ให้ดี”
“ครั้งหน้า ถ้าสอบไม่ดีอีก โทษของพี่สาวลูกจะไม่ใช่แค่โดนตบหน้าแน่”
น้องสาวพยักหน้ารัวๆ รู้สึกผิดจนไม่กล้ามองฉัน
เมื่อเห็นว่าขู่ให้น้องกลัวได้แล้ว แม่ก็เผยสีหน้าพอใจ
ฉันก้มหน้า กดความเจ็บเปรี้ยวในอกเอาไว้ แล้วกดส่งข้อความที่เพิ่งพิมพ์เสร็จ
เมื่อห้าปีก่อน แม่ปรากฏตัวที่สถานสงเคราะห์เด็กอย่างกะทันหัน กอดฉันแล้วร้องไห้จนตัวสั่น
เธอบอกว่าตามหาฉันมาตลอดหลายปี จะรับฉันกลับบ้าน เพื่อชดเชยสิ่งที่ติดค้างฉัน
ตอนนั้น น้องสาวถูกแม่ตามใจจนเอาแต่ใจ ดื้อรั้น ไม่ฟังใคร
โดดเรียน เถียงผู้ใหญ่ ก่อเรื่องไปทั่ว ไม่มีใครคุมอยู่
จนครั้งหนึ่ง น้องสาวถูกจับได้ว่าขโมยของในร้านสะดวกซื้อ แต่ไม่ยอมรับผิด
แม่จนปัญญา จึงให้ฉันแขวนป้ายว่า “ขโมย” แล้วคุกเข่าขอโทษอยู่หน้าร้าน
น้องสาวถึงได้ตกใจ ร้องไห้ขอโทษเจ้าของร้าน
พอแม่เห็นว่าวิธีนี้ได้ผล ตั้งแต่นั้นมา เธอก็ใช้ฉันเป็นเครื่องมือดัดนิสัยน้อง
น้องเถียงแม่ โกหกแม่ แม่ก็เอาเข็มทิ่มริมฝีปากฉันจนเลือดออก
น้องทะเลาะวิวาทที่โรงเรียน โดดเรียน แม่ก็พาฉันไปยืนประจานที่หน้าโรงเรียน ใช้ความอับอายของฉันสอนให้น้องรู้จักกลัว
ทีละน้อย น้องสาวกลายเป็นเด็กว่านอนสอนง่ายขึ้น
และบาดแผลบนตัวฉันก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนั้นเอง แม่เช็ดน้ำตาให้น้องสาวเบาๆ แล้วปลอบเสียงต่ำ
“พอแล้ว ไม่ร้องนะ”
“เมื่อกี้ตกใจมากใช่ไหม”
“แม่จองร้านอาหารที่ลูกชอบไว้ เดี๋ยวพาไปกินของอร่อย ดีไหม”
น้องพยักหน้า แล้วอ้อนวอนเสียงเบา
“พาพี่ไปด้วยได้ไหมคะ”
สีหน้าของแม่มืดลงทันที เธอเหลือบมองฉัน น้ำเสียงเย็นเฉียบ
“ฝนยังต้องรับโทษแทนลูก อย่างน้อยต้องคุกเข่าถึงพรุ่งนี้เช้า”
“ต่อจากนี้ เวลาลูกทำการบ้าน เขาต้องคุกเข่าอยู่ข้างๆ”
“เมื่อไหร่คะแนนลูกดีขึ้น เขาถึงจะลุกได้”
น้องสาวก้มหน้าต่ำกว่าเดิม
ฉันเม้มปาก ปลายนิ้วจิกฝ่ามือจนแตก แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บ
“พอแล้ว รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”
“ไปช้า เดี๋ยวร้านไม่มีที่ดีๆ ให้นั่ง”
น้องหันกลับมามองฉันลึกๆ แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและหมดหนทาง
ตอนเปิดประตู พวกเราพอดีกับเจอเพื่อนบ้านข้างห้อง
เพื่อนบ้านเห็นน้องแล้วชมยิ้มๆ “คุณมาลีสอนลูกเก่งจริงๆ เมื่อก่อนน้องดาวดื้อจะตาย เดี๋ยวนี้ดูเรียบร้อยขึ้นเยอะ”
พูดจบก็แอบมองเข้ามาในบ้าน แล้วลดเสียงลง
“คนในบ้านนั่นลูกสาวคนโตใช่ไหม ทนเก่งจริงๆ อยู่ข้างห้องยังได้ยินเสียงเลย แต่เขาไม่ร้องสักแอะ”
แม่ไม่มีสีหน้าละอายเลย กลับดูภูมิใจด้วยซ้ำ
“ดาวยังเด็ก ไม่รู้เรื่อง ก็ต้องมีสักคนทำให้เขารู้ว่า เวลาทำผิดต้องจ่ายราคาแบบไหน”
ระหว่างเสียงหัวเราะ ประตูบ้านก็ปิดดังปัง
ฉันคุกเข่าอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ หัวใจเหมือนถูกมือใหญ่กำไว้แน่น
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ข้างตัวก็สว่างขึ้น ข้อความหนึ่งเด้งขึ้นมา
【ทำไมเธอต้องใส่ร้ายแม่】
【เธอไม่รู้หรอกว่าแม่รอให้ฉันกลับบ้านแค่ไหน ทั้งที่แม่มีลูกสาวอยู่แล้ว แต่ยังบอกว่าห่วงฉันที่สุด】
ฉันจ้องหน้าจอโทรศัพท์ ทั้งร่างนิ่งงัน
ฉันคุยกับตัวเองในอดีตผ่านข้อความได้จริงๆ
วินาทีนั้น ฉันเหมือนเห็นกุญแจที่จะไขชะตาชีวิต ฉันตัวสั่น รีบพิมพ์อย่างรวดเร็ว
【ฉันคือเธอในอีกห้าปีข้างหน้า】
【เชื่อฉัน อย่ากลับบ้านไปกับเธอ】
【การมีอยู่ของเธอ มีไว้แค่เป็นตัวอย่างให้แม่ขู่น้องเท่านั้น】